Home GROWTH STRATEGIES อนาคตการท่องเที่ยวของโลกหลัง โคโรน่าไวรัส-19

    อนาคตการท่องเที่ยวของโลกหลัง โคโรน่าไวรัส-19

    263

    หลังการระบาดของโควิด-19 ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งในขณะนี้ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเนื่องจากผู้คนเก็บตัวอยู่บ้าน หลีกเลี่ยงการพบปะกันโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้ออย่างไม่ตั้งใจ นั่นจึงทำให้มาตรการที่จะฟื้นฟูธุรกิจการบินเชิงพาณิชย์ให้กลับมาฟื้นตัวดังเดิมในช่วงเวลาแบบนี้กลายเป็นเรื่องลม ๆ แล้ง ๆ 

    จากรายงานของ TSA หรือ การบริหารความปลอดภัยการขนส่งของสหรัฐอเมริกา พบว่า ปัจจุบันสถานการณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารทางอากาศของสหรัฐฯ ลดลงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดีจากสถานการณ์ดังกล่าว อุตสาหกรรมการบินของสหรัฐก็ยังได้รับเงินเยียวยา 60 พันล้านเหรียญสหรัฐตามพระราชบัญญัติการดูแลของสหรัฐ (Coronavirus Aid, Relief, and Security Security)

    ขณะที่ในหลาย ๆ เที่ยวบินยังคงถูกยกเลิกปลายทางส่วนใหญ่ นั่นจึงทำให้ในขณะนี้ค่าตั๋วเครื่องบินมีราคาที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ จริงอยู่ที่ราคาตั๋วเครื่องบินนั้นถูกลง แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าราคาที่ต่ำลงนั้นมาจากปัจจัยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามแต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือสายการบินและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังการระบาดของ COVID-19 จะเปลี่ยนรูปโฉมไปจาก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแบบเดิม ๆ ที่คุณเคยเจอก่อนการระบาดจะมาถึงอย่างแน่นอน!

    เทรนด์การท่องเที่ยวก่อน Covid-19 ระบาด

    ในกลุ่มผู้บริโภคที่มีเงินและกลุ่มชาว Millennials ที่รักการเดินทาง จะพบว่าพวกเขานั้นเกิดมาเพื่อที่จะสร้างประสบการณ์ให้ตนเองผ่านการเรียนรู้การท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ แม้แต่คนที่ไม่เคยกล่าวว่าตนเองเป็นพวกฮิปปี้ ผู้ที่ชื่นชอบบ้านขนาดเล็กสไตล์มินิมอล หรือมาริเอะ คอนโดะ เจ้าของทฤษฎีการจัดบ้านในหนังสือเรื่อง The Life-Changing Magic of Tidying Up ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก ก็ออกมายอมรับว่าในขณะนี้เธอมีความปรารถนาอันแรงกล้าในการเดินทางเพื่อออกไปดูและสัมผัสกับความงดงามของโลกภายนอกอย่างเต็มรูปแบบ

    โดยในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาเครื่องมือดิจิทัลมีส่วนช่วยให้การเปิดโลกการเดินทางนั้นกว้างขึ้น จนหลายคนเป็นโรคเสพติดการเดินทาง เพียงแค่มีแผนที่ที่ดาวน์โหลดได้เพื่อนำทางไปตามถนนที่ต่างประเทศ มือถือที่มีจีพีเอส และแอปจองโรงแรม, โฮสเทล และ BnB ในระยะยาวความต้องการการเดินทางจากมุมมองของผู้รักการเดินทางจะมีความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้นหลังการระบาดโควิด-19 

    ในขณะที่คนส่วนใหญ่จะยังคงรักษาความปลอดภัยของตนเองต่อไปจนกว่ารัฐบาลจะควบคุมการระบาดได้ 

    “การเดินทางทางอากาศจะเริ่มต้นใหม่อย่างช้า ๆ ในประเทศ ควบคู่ไปกับการเว้นระยะห่างทางสังคม”

    “โคโรน่าไวรัส” ต้นตอที่ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวหยุดชะงัก

    ในช่วง 12-24 เดือนข้างหน้า การรักษาระยะห่างระหว่างกันจะส่งผลอะไรต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวบ้าง เราไม่อาจรู้ได้ แต่ที่แน่ ๆ การหยุดชะงักในครั้งนี้ย่อมนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน! 

    ในขณะที่ผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยวกำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น สายการบินขนาดใหญ่หลายแห่งยังคงติดอยู่ในวังวนผลกระทบ และนี่คือจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ของสายการบินขนาดใหญ่ นั่นก็คือการสร้างข้อเสนอบริการใหม่ ๆ ที่มีส่วนช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในวงกว้างสามารถเริ่มต้นเคลื่อนไหวอีกครั้งด้วยการสร้างมาตรการปกป้องสุขภาพกายและสุขภาพจิตของประชาชน

    โอกาสและอนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

    จากการประกาศล่าสุดของ Twitter ให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานจากที่บ้านได้ตลอด ทำให้เกิดเป็นอีกก้าวหนึ่งของการเป็นผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มคน digital nomad โดยย้ายจากการเป็นแค่แบ็คแพ็คเกอร์และบล็อกเกอร์แบบเดิม ๆ โดยในช่วงการระบาดครั้งใหญ่จากการสำรวจ พบว่า ผู้คนกำลังมองหาช่วงเวลาการเดินทาง และโอกาสที่จะได้เลือกทำงานที่ในภูมิภาคอื่น

    ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ถูกขยายออกจากพื้นที่วัฒนธรรมอื่นสู่ใจกลางเมืองอย่างลิสบอน, เม็กซิโกซิตี้ และเชียงใหม่ เพื่อที่ชุมชนชนบทหรือเกาะสามารถปลอดภัยและมีพื้นที่มากขึ้นหากเกิดกรณีล็อกดาวน์ระดับโลก โดยบริษัทต่าง ๆ เช่น Remote Year ได้ประสบความสำเร็จในการส่งมอบบริการ digital nomad แบบทวีคูณจากกิจกรรมเหล่านั้น ไม่เพียงแต่กิจกรรมนี้จะประสบความสำเร็จในขั้นตอนการบริการ แต่พวกเขายังพัฒนาโปรแกรมให้เหมาะสมร่วมกับบริษัทเอกชนอีกด้วย

    โดย digital nomad มืออาชีพหรือ“ domads” เหล่านี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับพื้นที่ชนบทหรือชุมชนเกาะ เนื่องจากเป็นระบบนิเวศที่ยั่งยืนสำหรับนักเดินทางและมีความเป็นไปได้ที่ startups จะให้บริการจับคู่ข้อมูลและบริการสำหรับภูมิภาคเหล่านี้

    • แอปเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

    จากการวิจัยของเราเอง พบว่า นักเดินทางส่วนใหญ่กำลังวางแผนการเดินทางครั้งต่อไปของพวกเขาโดยมากกว่า 2 ใน 3 พยายามที่จะเดินทางให้ได้ในปีหน้า แม้ตัวเลขเหล่านี้จะชวนให้รู้สึกไม่มั่นคงในวงกว้างเกี่ยวการบินและความไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากสถานการณ์ไวรัส แต่ก่อนหน้านี้แอปพลิเคชันความปลอดภัยในการเดินทางได้ถูกใช้งานโดยบริษัทเอกชนสำหรับพนักงานที่ต้องเดินทางในพื้นที่เสี่ยง เพิ่มขึ้น ตรงกับกิจกรรมของผู้บริโภคที่คาดการณ์ไว้เนื่องจากการระบาดของโรค Covid-19 แสดงให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลจากแอปช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นแม้สถานการณ์จะยังไม่คลี่คลาย

    • ชุด PPE ของผู้โดยสาร

    แม้จะมีการจัดการระยะห่างทางสังคมในเที่ยวบินเพื่อให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น แต่ในระยะยาวสายการบินจะต้องจัดทำชุด PPE (อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล) ให้กับผู้โดยสารทุกคนที่ต้องการ รวมถึงหน้ากาก หน้ากากถุงมืออนามัย และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบใช้แล้วทิ้ง บริษัท สตาร์ทอัปที่สามารถให้บริการโซลูชั่นแบบครบวงจร

    • บริการ Staycation

    ตัวช่วยที่ทำให้การเดินทางปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเดินทางที่อายุน้อยกว่า ทำให้ข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง และการถูกกักตัวหลังเดินทางด้วยเครื่องบินลดลง โดยบริการนี้อาจอยู่ในเขตเมืองหรือในระยะทางที่กว้างกว่า เช่น การเดินทางบนท้องถนน เป็นต้น

    • Travel Bubbles

    เมื่อประเทศต่าง ๆ หลายภูมิภาค เช่น ประเทศบอลติก, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สหราชอาณาจักรไอร์แลนด์ และฝรั่งเศส กลายเป็นเขตท่องเที่ยวพิเศษ ในระยะสั้น “Travel Bubbles” จะเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนใช้ในช่วงวันหยุดพักผ่อนแตกต่างไปจากเดิม 

    โดยกลุ่ม Travel Bubbles ประเภทอื่นจะมีแนวโน้มที่จะพัฒนากลุ่มการท่องเที่ยว อย่างเช่นบุคคลที่รู้จักกันอย่างครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกที่ปลอดภัยในการเดินทางร่วมกัน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้อาจจะใช้ที่พักและห้องโดยสารร่วมกันได้ แม้ว่าการเดินทางเป็นกลุ่มแบบนี้จะไม่ใช่แนวคิดใหม่อะไร แต่ธุรกิจสตาร์ทอัพหลายรายก็ได้พัฒนาและวางแผนเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งเรื่องการชำระเงินและการขนส่ง

    • การทดสอบสำหรับนักเดินทาง

    หลายประเทศอาจต้องผ่านขั้นตอนมากมายก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ จริงอยู่ที่แม้ว่าพวกเขาจะเริ่มเปิดให้มีการเดินทางบ้างแล้ว แต่ก็ยังคงต้องระวังและรักษามาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่ อย่างน้อยก็จนกว่าวัคซีนป้องกันหรือยาป้องกันโรคสามารถหยุดการติดเชื้อ coronavirus ได้ นั่นจึงทำให้ผู้โดยสารต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตลอดการเดินทางเพื่อความปลอดภัยของตนเอง 

    • การวางแผนและการวางแผนการเดินทาง

    เนื่องจากการเดินทางอาจกลายเป็นเรื่องยากหรือมีค่าใช้จ่ายสูงในอนาคตข้างหน้า เนื่องจากรายรับจากการใช้จ่ายน้อยลง ทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะต้องผ่านการวางแผนมากขึ้นในการเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุด ซึ่งจะนำไปสู่การปรับใช้ในการเดินทางครั้งต่อไป เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    โดยก่อนการระบาด Covid-19 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์การการเดินทางแบบเดิม ๆ แต่ภายหลังการระบาดนี้เชื่อว่าก่อนที่จะมีการเดินทางเกิดขึ้น นักท่องเที่ยวคงจะวางแผนการเดินทางอย่างรัดกุมที่สุด และอาจจะมีการถ่ายวิดีโอเพื่อถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์เดินทางที่แปลกใหม่ไปจากเดิมสำหรับนักเดินทางที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการเดินทางหลังโควิด 

    • ความคล่องตัวในระยะสุดท้าย

    การเดินทางไป-กลับจากสนามบินเป็นอะไรที่ท้าทายอยู่เสมอ แต่เพื่อความปลอดภัยจากระบบขนส่งสาธารณะที่มีความหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ นักท่องเที่ยวจึงต้องมองหาการขนส่งที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยและสุขลักษณะของตนเอง

    • น้ำยาฆ่าเชื้อโรคและไวรัส

    อย่างที่ทราบกันดีว่าไวรัสหลายชนิดถูกทำลายได้ด้วยแสงอุลตร้าไวโอเล็ต จากขั้นตอนดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยทำความสะอาดห้องโดยสารเครื่องบินได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง แต่ยังช่วยทำความสะอาดพื้นผิวทุกชนิดในพื้นที่สาธารณะระบบขนส่งสาธารณะและอาคารที่ประชาชนเข้ามารวมถึงธุรกิจทั่วไป เนื่องจากการสัมผัสกับแสงอุลตร้าไวโอเล็ตนั้นเป็นอันตรายต่อมนุษย์ การนำหุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทในการทำงานดังกล่าวจึงกลายเป็นคำตอบที่ดีที่สุด!

    • การพัฒนาอย่างยั่งยืน

    ถึงแม้ว่าบางส่วนของผู้ที่มีส่วนร่วมในการเดินทางและการบินที่สำคัญจะอยู่ได้อย่างมั่นคงในช่วงการระบาดครั้งใหญ่ แต่การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะเป็นปัจจัยสำคัญในอนาคตของการเดินทางและเป็นปัจจัยส่วนใหญ่ที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้คนเมื่อโลกหลังจบจากวิกฤตนี้ ปัจจุบันประเทศในยุโรปได้ให้ความช่วยเหลือแก่สายการบินบางประเทศ และผลักดันให้เกิดความยั่งยืนต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายการบินฝรั่งเศสที่ได้รับคำสั่งให้หยุดการบินในประเทศ แต่การเดินทางสามารถทำได้โดยใช้บริการรถไฟ ส่วนสายการบินอื่น ๆ เช่น อเมริกัน, อังกฤษ และเดลต้าแอร์ไลน์ได้กำจัดเครื่องบินที่ปล่อยมลพิษอย่างถาวร และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นกับเส้นทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยมีศักยภาพ, ประสิทธิภาพ และรายได้เข้ามามีส่วนด้วย ดังนั้นเพื่อการพัฒนาในอุตสาหกรรมการบิน การพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคการบริการจึงต้องดีอย่างมาก เพื่อสร้างอากาสในในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต ในช่วงวิกฤตสาธารณสุขโลกในยุคปัจจุบันนี้ ความแน่นอนเพียงหนึ่งเดียวคือการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างถาวร จนกว่าจะสามารถรักษาโรคโควิด-19 ได้

    Ref: fi.co

    ติดตามบทความดีๆของเราได้ที่

    Website : www.thefounder.asia

    Facebook : The founder

    Line ID : @Thefounder

    Blockdit : THE FOUNDER

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here