Home GROWTH STRATEGIES 5 เหตุผลที่เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสพร้อมสู้วิกฤต

    5 เหตุผลที่เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสพร้อมสู้วิกฤต

    103

    วิกฤตการณ์ COVID-19 ได้ทำให้ผู้นำธุรกิจและทีมของพวกเขาทำงานด้วยความท้าทายใหม่ที่ไม่ธรรมดาทั้งในด้านอาชีพและเรื่องส่วนตัว การปิดตัวในหลายๆเมืองครั้งใหญ่นี้เพราะ COVID-19 ได้เห็นหลายองค์กรเปลี่ยนไปทั้งในเรื่องการทำงานระยะไกล ซึ่งเป็นการบังคับให้เปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างสิ้นเชิงที่อาจใช้เวลาเป็นสิบปีแต่สามารถเปลี่ยนแปลงภายในไม่กี่สัปดาห์ เป็นผลให้ทีมงานสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ถ้าเรามองจากมุมมองที่กว้าง ช่วงเวลานี้ได้เน้นถึงความจำเป็นที่เร่งด่วนมากๆในการกระจายอำนาจของพนักงานและการจัดการต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นความเครียดทางการเงินและความกังวลด้านสุขภาพและความไม่แน่นอนในเรื่องอนาคตมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วิกฤตครั้งนี้เรียกร้องให้มีความเข้าใจและเอาใจใส่จนเกิดความคาดหวังสู่การดูแล และความรับผิดชอบอื่นๆด้วยท่ามกลางภาระหน้าที่การทำงานที่มากขึ้น

    วิกฤตการณ์ COVID-19 นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ธุรกิจที่ไม่สามารถเตรียมพร้อมต้องหยุดชะงักที่สำคัญไม่มีแผนสำหรับเรื่องฉุกเฉินที่จะต้องปฏิบัติตาม เมื่อสังคมและเศรษฐกิจถูกดึงไปในทิศทางที่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันขึ้นอยู่กับผู้นำทางธุรกิจที่จะสร้างแนวทางปฏิบัติของตัวเองโดยยึดตามสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับบริษัทของพวกเขานั้นจะเป็นอย่างไร

    อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน เพื่อให้สามารถเรียกคืนและกู้คืนจากสถานการณ์ของ COVID-19 องค์กรต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วเผชิญกับความท้าทายด้วยมุมมองใหม่และต้องมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันมากกว่าเดิม

    ต่อไปนี้เป็นเหตุผล 5 ประการที่เปลี่ยนผ่านให้เทคโนโลยีนั้นเป็นโอกาสสู้วิกฤตที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    1.ตอบกลับต่อพนักงานแต่ไม่ตอบสนองต่อปัญหา

    พิจารณาสิ่งที่พนักงานของคุณกำลังทำและสิ่งที่ต้องดำเนินการเพื่อปกป้องความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา เป้าหมายต่อไปคือการสร้างแผนเพื่อปกป้องธุรกิจของคุณต้องใช้วิธีคิดใหม่ ในยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

    ผู้นำธุรกิจจะต้องปรับตัวโดยการหาวิธีแก้ปัญหาในการคิดค้นรูปแบบธุรกิจใหม่และเปิดใช้งานทางเลือกในการทำงานและการทำงานร่วมกัน แต่มีผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว

    ความแข็งแกร่งของการตอบสนองฉุกเฉินของคุณขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณในการยืดหยุ่น ว่าพอที่จะอยู่รอดได้ทันทีในการเปลี่ยนแปลงแค่ระยะสั้นหรือเปล่า ? เราต้องช่วยสนับสนุนธุรกิจและสร้างกระบวนการการทำงานในอนาคต มองการณ์ไกลในการสร้างแผนสำหรับเรื่องฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดการตัดสินใจที่อาจทำให้เกิดสิ่งที่ทำลายธุรกิจในระยะยาวได้

    2.การสื่อสารเป็นกุญแจสำคัญสำหรับสถานการณ์นี้

    เมื่อคุณสร้างแผนฉุกเฉินแล้วขั้นตอนต่อไปคือการสื่อสารให้ทั่วทั้งบริษัท เมื่อ COVID-19 ทำให้ทีมคุณต้องอยู่ที่บ้านของพวกเขาในที่ที่แตกต่างกัน การสื่อสารในระดับองค์กรกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้น เพื่อรักษาความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพในขั้นตอนการทำงานจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดเพื่อให้มั่นใจถึงการดำเนินการให้จบ  ธุรกิจต้องสร้างขั้นตอนการทำงานมาตรฐานที่สามารถนำไปใช้ได้ทั่วทั้งบริษัทและดำเนินการในลักษณะเดียวกันไม่ว่าพนักงานจะอยู่ที่ใดก็ตาม

    3.ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

    ในขณะที่สถานะการณ์เปลี่ยนไปจากภายในจากมุมมองภายนอกสิ่งสำคัญคือต้องดำเนินการให้ใกล้เคียงที่สุดกับธุรกิจ ‘New normal’ การเปลี่ยนแปลงให้เทคโนโลยีผ่านแหล่งสื่อสารเพียงแหล่งเดียวจะช่วยเสริมกรอบการจัดการกระบวนการที่แข็งแกร่ง เนื่องจากกิจกรรมทางธุรกิจทั้งหมดมีรูปแบบและสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนโดยพนักงาน ซึ่งหมายความว่าคุณจะสามารถรักษาประสบการณ์ในเชิงบวกของลูกค้าให้เป็นปกติแม้ในสถานการณ์ที่มีความท้าทายก็ตาม

    กิจกรรมภายในธุรกิจหลักจะดำเนินต่อไป ซึ่งหมายความว่าลูกค้าจะได้รับความสำคัญอัตโนมัติ ในทางกลับกันสิ่งนี้จะลดลูกค้าที่มีปัญหาและเพิ่มความ Loyalty ในฐานลูกค้าปัจจุบันของคุณด้วย

    ท้ายที่สุดก็ไม่มีประเด็นใดที่จะพยายามกู้คืนจากวิกฤตเพียงเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายในการใช้สินค้า การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อความสำเร็จในช่วงวิกฤตในครั้งนี้

    4.ทดสอบเพื่อยืดหยุ่นธุรกิจในระยะยาว

    ภายในองค์กรส่วนใหญ่มีกลุ่มคนที่รับผิดชอบขั้นตอนเฉพาะ แต่เมื่อมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมันสามารถบังคับให้ขั้นตอนลดลงหรือเพิ่มขึ้นเนื่องจากความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป บ่อยครั้งที่ต้องมีการตรวจสอบขั้นตอนต่างๆ

    การจำลองด้วยเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการตัดสินใจอย่างชาญฉลาด โดยการทดสอบการปฏิบัติงานของสถานการณ์ต่างๆ และการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพแม้ในขณะที่อุปสงค์สูงสุดและต่ำสุด  ช่วยให้การทดสอบมีผลลัพธ์ที่แตกต่าง เพื่อให้แน่ใจว่าหากขั้นตอนหนึ่งลดลงจะไม่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่ทั้งหมด

    การทดสอบผ่านการจำลองช่วยเพิ่มความคล่องตัวและสร้างความยืดหยุ่น ช่วยให้คุณสามารถระบุการจัดสรรทรัพยากรว่าต้องทำยังไงและเพื่อทำให้บุคคลมีประสิทธิภาพมากที่สุดหรือกับการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนที่มีผลกระทบมากที่สุดเพื่อนำไปใช้กับทรัพยากรที่คุณมีอยู่นั่นเอง

    5.ปรับแต่งขั้นตอนของคุณให้เหมาะสมด้วยเทคโนโลยี

    ในการจำลองขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ คุณต้องเข้าใจกระบวนการเหล่านั้นก่อน การจัดการขั้นตอนที่แม่นยำรวมกับเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นตอนให้มุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของธุรกิจของคุณจริงๆ ด้วยโปรแกรมจากเทคโนโลยีที่คุณสามารถหาได้

    ช่องโหว่เล็กๆในกระบวนการทางธุรกิจสามารถส่งผลกระทบต่อองค์กรในระดับองค์กรใหญ่ๆได้ การสูญเสียประสิทธิภาพหรือการปฏิบัติการประมวลผลล่าช้า เป็นตัวอย่างของเครื่องมือการวิเคราะห์ที่ค้นหาช่องโหว่เหล่านี้ทำให้สามารถรับข้อมูลเชิงลึกอย่างละเอียดและแสดงภาพให้เราเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าขั้นตอนในการทำงานต้องทำอย่างไรรวมถึงสามารถปรับให้เหมาะสมกับการทำงานของเราได้ด้วย

    ติดตามบทความดีๆของเราได้ที่

    Website : www.thefounder.asia

    Facebook : The founder

    Line ID : @Thefounder

    Blockdit : THE FOUNDER

    LEAVE A REPLY

    Please enter your comment!
    Please enter your name here